บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018 (Bangkok Art Biennale) ได้จัดบรรยายพิเศษ โดยมีศิลปินร่วมสมัยชื่อดังจากประเทศเกาหลีใต้ “อี บุล (Lee Bul)” ศิลปินที่เป็นที่รู้จักด้วยผลงานประติมากรรมแบบสมัยใหม่ อีกทั้งเธอมีความสามารถทางด้านศิลปะหลากหลายแขนง รวมไปถึงเธอยังเป็นผู้ร่วมออกแบบกระเป๋าคอลเลคชั่นพิเศษ “คริสเตียน ดิออร์” อีกด้วย

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา “อี บุล” ได้บินลัดฟ้ามาเพื่อดูพื้นที่เตรียมจัดแสดงงานชิ้นใหญ่ในเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ และร่วมพูดคุยและแบ่งปันประสบการณ์กับทาง BAB TALK ครั้งที่ 13 ณ. Open House ชั้น 6 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ กันแบบใกล้ชิด และไม่มีค่าใช้จ่าย

หากพูดถึงอี บุล (Lee Bul) แล้วล่ะก็เรียกได้ว่าเธอเป็นศิลปินเกาหลีที่สร้างสรรค์งานศิลปะมาหลากหลาย ทั้งศิลปะการแสดงสด (Performance Art) ศิลปะจัดวาง (Installation Art) ศิลปะเฉพาะพื้นที่ (Site Specific Art) งานด้านการออกแบบ (Design) โดยงานที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอเลยนั่นก็คือการใช้เทคนิคพิเศษในการออกแบบโครงสร้าง งานที่ใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ ประกอบการออกแบบที่มีมิติ งานประติมากรรมที่มีกลิ่นอายของโลกอนาคต ฯลฯ เป็นต้น

นอกจากนี้แล้วเธอยังได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 75 ศิลปินมาร่วมแสดงผลงานใน “เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018” (Bangkok Art Biennale) ที่จะจัดขึ้นเร็วๆ นี้อีกด้วย

ภายในงาน BAB TALK ครั้งที่ 13 ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ผู้อำนวยการศิลป์ ได้กล่าวถึงกิจกรรมดังกล่าวไว้ว่า กิจกรรม Bab Talk จัดขึ้นมาเป็นครั้งที่ 13 ซึ่งการจัดกิจกรรมเป็นความตั้งใจเพื่อที่อยากให้ อาทิ นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจในศิลปะ ได้เข้าถึงงานศิลปะ และได้มาฟังประสบการณ์จากศิลปินระดับโลก

“ทั้งนี้เป็นความโชคดีของเราอย่างยิ่งที่ได้เชิญเธอมาร่วมบรรยายในครั้งนี้ด้วย ผมมองว่าสิ่งที่อี บุล (Lee Bul) มาพูดคุยในวันนี้มันสำคัญอย่างยิ่งสำหรับคนในวงการศิลปะหรือผู้ที่สนใจในงานศิลปะ ซึ่งเราจะได้รู้แนวคิด ประสบการณ์การทำงานต่างๆ ของเขาด้วย

“ส่วนตัวผมเคยพบกับอีบุลและรู้จักกับเธอเมื่อปี ค.ศ. 1993 ตอนนั้นเธออายุ 20 ปีกว่าๆ ขณะนั้นเธอค่อยๆ สร้างผลงานและโด่งดังขึ้นมา ณ ปัจจุบันนี้

“หากพูดถึงอี บุล (Lee Bul) แล้ว เธอเป็นศิลปินระดับนานาชาติที่มีผลงานหลากหลาย และจัดกิจกรรมมากมาย ปัจจุบันเธอกำลังมีนิทรรศการแสดงเดี่ยวในวาระครบรอบ 50 ปี ของ เฮย์เวิร์ด แกลอรี่ (Hayward Gallery) กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยเธอได้สร้างผลงานชื่อ “Weep into Stones” ซึ่งเธอนำผลงานกว่า 100 ชิ้น ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์จากโลกอนาคต ชิ้นงานกระจก อนุสาวรีย์ของ Zeppelin ที่ทำจากฟอยส์ ฯลฯ คัดสรรมาจัดแสดง

“สำหรับแฟนศิลปะชาวไทย ไม่ต้องตีตั๋วไปอังกฤษก็สามารถใกล้ชิดกับเธอได้ เพราะอี บุล (Lee Bul) เธอได้รับเลือกให้เป็น 1ใน 75 ศิลปินมาร่วมแสดงผลงานใน “เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018” (Bangkok Art Biennale) ที่จะจัดขึ้นภายในเดือนตุลาคมนี้ด้วยครับ”

ด้านอี บุล (Lee Bul) ได้แชร์ประสบการณ์ในการทำงานศิลปะของตัวเองมาร่วม 20 ปีในงาน Bab Talk ครั้งที่ 13 และยังได้กล่าวถึงงาน “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” ที่เธอได้เข้าร่วมจัดแสดงครั้งนี้ด้วยว่า

“ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยจะมี “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” ขึ้น ซึ่งเป็นภาระที่หนักอึ้งสำหรับฉันพอสมควร และการได้ร่วมงานกับ ศาสตราจารย์ ดร. อภินันท์ โปษยานนท์ ผู้อำนวยการศิลป์ และเพื่อนศิลปินที่ร่วมรุ่น 80’s 90’s ที่ได้เจอกันมาตลอด 20 กว่าปีที่ฉันก้าวเข้าสู่เส้นทางศิลปะ ฉันจึงมีความเชื่อว่างานนี้จะออกมาสนุกสนานอย่างแน่นอน

“ส่วนผลงานที่ฉันจะนำมาจัดแสดงในงานครั้งนี้มีชื่อว่า “Diluvium” เป็นรากศัพท์ภาษาละติน แปลว่า “ท่วม” หรือ “ทะลักจนท่วมท้น” นำมาใช้ตั้งชื่องานศิลปะสุดล้ำชุดนี้ เพราะฉันตั้งคำถามเกี่ยวกับกลไกของร่างกายมนุษย์อยู่เสมอ ซึ่งงานชุดนี้จะจัดอยู่ในประเภท Site Specific ทำงานกับพื้นที่ขนาดใหญ่ ด้วยการเนรมิตพื้นที่ให้แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยการเล่นกับแรงโน้มถ่วง ผู้เข้าชมจะได้หาสมดุลให้กับตัวเองเพราะไม่มีพื้นที่ใดที่ผู้เข้าชมจะสามารถยืนตรงได้ นั่นก็แปลว่า สมองของคุณจะถูกควบคุมไปพร้อมกับการขยับเขยื้อนร่างกายอยู่ตลอดเวลา

“ฉันหวังว่างานนี้จะประสบความสำเร็จ สมชื่อ “เบียนนาเล่” นั่นก็คือ ทุกๆ 2 ปีเราจะได้กลับมาเจอกันอีก แล้วพบกันที่กรุงเทพฯ เร็วๆ นี้นะคะ”

นอกจากนี้แล้วศาสตราจารย์ ดร. อภินันท์ โปษยานนท์ ผู้อำนวยการศิลป์ ยังได้กล่าวทิ้งท้ายถึงงาน “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่2018 (Bangkok Art Biennale 2018 ) ที่จะเกิดขึ้นในช่วง 19ตุลาคม พ.ศ. 2561 ถึง 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ไว้ดังนี้

“อี บุล (Lee Bul) เป็น 1 ใน 75 ศิลปินที่มีผลงานที่น่าตื่นเต้นมากที่จะมาแสดงให้กับเรา ซึ่งผมคิดว่าสิ่งที่เธอได้ทุ่มเทกับงานมาทั้งชีวิต จะมาปรากฏให้เห็นในงานครั้งนี้ ซึ่งคนไทยและคนต่างประเทศที่ได้เข้ามาชมจะได้เห็นผลงานที่น่าทึ่งของเธอแน่นอนครับ

“นอกจากนี้แล้วยังมีศิลปินอาวุโสที่ถ้าพูดถึงทุกคนจะต้องตื่นเต้น นั่นก็คือ ยาโยย คูซามะ (Yayoi Kusama) ซึ่งหลายคนคงจดจำเธอได้จากผลงานลายจุด ตั้งแต่เพ้นท์ติ้ง ประติมากรรม จนถึงสื่อภาพยนตร์ และโดยเฉพาะช่วงปีที่ผ่านมาเธอได้เปิดพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวที่โตเกียว และยังมีการแสดงที่ประเทศออสเตรเลีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสิงคโปร์อีกด้วย

“โยชิโตโมะ นาระ (Yoshitomo Nara) ซึ่งได้มาบรรยายเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา คนนี้มีความผูกพันกับวงการศิลปะไทยมาเป็นเวลานานนะครับ เป็นที่รู้จักอย่างมากครับ เพราะเขาเป็นศิลปินเอเชียที่มีชื่อเสียงระดับโลกและทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น เขาเป็นเจ้าของคาแร็คเตอร์เด็กผู้หญิงหน้างอที่แสดงออกทางสีหน้าชัดเจนโดยใช้ลายเส้นแบบการ์ตูนเด็ก ทั้งนี้เขายังมีประสบการณ์ร่วมงานกับแกลอรี่และพิพิธภัณฑ์มากมาย ซึ่งผลงาน Pop Art ของเขาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

“อีกทั้งในงานนี้ยังมีศิลปินชาวไทยเกือบครึ่ง อาทิ อาจารย์สาครินทร์ เครืออ่อน ศิลปินไทยผู้สอดแทรกศิลปะประเพณีเข้ากับงานศิลปะร่วมสมัย ซึ่งได้รับยกย่องจากกระทรวงวัฒนธรรมให้เป็นศิลปินศิลปาธร ประจำปี ค.ศ. 2009 และล่าสุดยังได้รับรางวัล Lifetime Achievement Award หรือผู้ประสบความสำเร็จสูงสุดจากเวที พรูเดนเชียล อาย อวอร์ดส์ (Prudential Eye Awards) ครั้งที่ 3 อีกด้วย

“หรือจะเป็นกวิตา วัฒนะชยังกูร ศิลปินผู้ถูกคัดเลือกให้ไปจัดแสดงในโครงการ Thailand Eyes ที่ Saatchi Gallery กรุงลอนดอน และที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในปีค.ศ. 2017 อีกทั้งเธอยังมีโอกาสไปจัดแสดงงานวิดีโออาร์ตในศาลา Island in the Stream ในมหกรรมเวนิสเบียนนาเล่ โดยวีดิโอจะเน้นถึงเรื่องสถานภาพของผู้หญิง

“จากทางใต้ก็มีกลุ่มมุสลีมะห์ (Muslimah) เป็นกลุ่มศิลปินหญิง มาจากจังหวัดปัตตานี นราธิวาส สงขลา โดยประเด็นศิลปะของพวกเขาจะเล่าเรื่องสภาพความเป็นอยู่ วิถีชีวิตของอิสลาม ความขัดแย้ง และความหวังในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

“พิเชษฐ์ กลั่นชื่น ศิลปินนักเต้นร่วมสมัยที่ใช้ร่างกายและการเต้น สื่อสารในรูปแบบประเพณีและสากลได้อย่างลงตัว โดยเขาเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ซึ่งเขายังมีสถาบันการเต้น Pichet Klunchun Dance Company เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนศิลปะการเต้นร่วมสมัยในไทยด้วย

“ภาพตะวัน สุวรรณกูฏ ศิลปินผู้มีนิทรรศการเดี่ยวและนิทรรศการกลุ่มในซิดนีย์ เมลเบิร์น และกรุงเทพฯ ซึ่งเธอยังเป็นศิลปินร่วมสมัยที่ทำงานศิลปะประเพณีไทยได้อย่างโดดเด่น

“อาจารย์กมล เผ่าสวัสดิ์ หนึ่งในศิลปินผู้บุกเบิกศิลปะสมัยใหม่ในไทย โดยเฉพาะอินสตอลเลชั่นอาร์ตและวิดีโออินสตอลเลชั่นอาร์ตที่ได้ไปจัดแสดงผลงานในนิทรรศการอย่างกว้างขวางทั้งในเอเชีย ออสเตรเลีย ยุโรป และอเมริกา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศิลปินท่านๆ อื่นๆ อีกมากมาย เป็นต้น

“ท้ายนี้อยากเชิญชวนคนไทย คนต่างประเทศ หรือคนต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทยที่สนใจในงานศิลปะ การออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ ให้มาสัมผัสงานศิลปะครั้งนี้เพราะนับว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยเราถือเป็นเจ้าภาพที่จะต้อนรับผู้ที่มาเยือน หวังว่างานดังกล่าวนี้จะทำให้ประเทืองปัญญาและทำให้เราได้รับคำตอบอย่างแท้จริงว่า การแสวงหาความสุขที่เราทำอยู่ทุกวัน เราจะทำอย่างไรให้ความสุขนั้นยั่งยืน

“แล้วมาพบกันในงาน “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018 (Bangkok Art Biennale) จะเกิดขึ้นในช่วง 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 ถึง 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ครับ”

สำหรับงาน “เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018” (Bangkok Art Biennale) ถือได้ว่าเป็นงานมหกรรมนำเสนองานศิลปะร่วมสมัยจัดขึ้นภายใต้ จะจัดขึ้นครั้งแรกของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Beyond Bliss” หรือ “สุขสะพรั่ง พลังอาร์ต” โดยสะท้อนแนวผ่านผลงานในรูปแบบศิลปะนานาชนิด ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับความปรารถนาความสุขทางกายและจิตใจ ผ่านมุมมองของศิลปินระดับโลก ทั้ง 75 คน ที่จะร่วมท้าทายและนำเสนอทัศนะคติต่อความหมายของความสุขสะพรั่ง ผ่านผลงานศิลปะร่วมสมัยในแบบฉบับของตัวเอง

มีกำหนดจัดตามสถานที่สำคัญในกรุงเทพมหานคร 20 แห่ง ดังนี้ 1. วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร, 2. วัดพระเชตุพนวิมล มังคลาราม ราชวรมหาวิหาร, 3. วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, 4. ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย,5. เดอะ แจมแฟคตอรี่, 6. โอ พี เพลส, 7. โรงแรมเพนนินซูล่า, 8. โรงแรมแมนดาริน โอเรียลเต็ล, 9. อาคาร บริษัท อีสต์ เอเชียติก,10. หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, 11. สกายวอล์ค, 12. สยามดิสคัฟเวอรี่,13. สยามพารากอน, 14. เซ็นทรัลเวิร์ล, 15. เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่, 16. บ้านปาร์คนายเลิศ, 17. สวนลุมพินี, 18. สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพฯ, 19. วัน แบงค็อก และ 20. ดิ เอ็มควอเทียร์

โดยงานดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือและการสนับสนุนจากกรุงเทพมหานคร กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ตลอดจนอีกหลายหน่วยงาน ซึ่งงานนี้จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 ถึง 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารและตารางกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/Bkkartbiennale หรือ https://www.bkkartbiennale.com