สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ได้เชิญสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อศึกษาวิถีชีวิตและศิลปวัฒนธรรมของศิลปิน (ครั้งที่3)ในโครงการ Thailand Biennale, Krabi 2018  ณ. จังหวัดกระบี่  เพื่อต่อยอดในการสร้างสรรค์ผลงานโดยลงสำรวจพื้นที่ทั้งทางบกและทางทะเลมีทั้งศิลปินไทยและศิลปินนานาชาติ

การสำรวจเริ่มจากการล่องเรือหัวโทงไปยัง เขาขนาบน้ำ  ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญประจำเมืองกระบี่เกิดจากเขาสองลูก ตั้งตระหง่านขนาบแม่น้ำกระบี่ด้านหน้าตัวเมือง จึงมีความโดดเด่นและสวยงามมาก   อีกทั้งยังมีป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์  ส่วนภายในถ้ำเขาขนาบน้ำก็งดงามไปด้วยหินงอกหินย้อยซึ่งธรรมชาติได้จัดสรรไว้อย่างลงตัว  และยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อีกด้วย

ที่ต่อไปสำหรับการลงพื้นที่เพื่อสำรวจก็เริ่มขึ้นอีกครั้งผ่านม่านน้ำทะเลสีเขียวมรกตด้วยเรือสปีดโบ๊ท จุดมุ่งหมายอยู่ที่  “ ทะเลแหวก” ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกด้วยเพราะด้วยปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเกิดจากการลดลงของระดับน้ำทะเล จนเกิดเป็นสันทรายกลางทะเลโดยเชื่อมต่อถึงกันได้ระหว่างเกาะ 3 เกาะคือ เกาะไก่ เกาะหม้อ และ เกาะทับจนผู้คนสามารถเดินเล่นบนผืนทรายที่ขาวและละเอียดอ่อนได้ และแนวสันทรายนี้จะค่อยๆจมหายไปใต้ผืนน้ำเมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาน้ำขึ้นของแต่ละวัน จากนั้นก็ลงสำรวจพื้นที่ต่อไปได้แก่ “เกาะปอดะ”  ซึ่งตั้งอยู่ในทะเลหน้าอ่างนางหรือ หาดพนรัตน์ธารามีชายหาดเป็นแนวยาว ด้านหน้าเกาะปอดะดะจะมีเกาะอยู่ลูกหนึ่งซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์ของที่นี่เลยทีเดียว

หลังจากนั้นก็เริ่มเดินทางสำหรับจุดต่อไปได้แก่ หาดไร่เลย์  หาดทรายสีขาวละเอียด ซึ่ง เป็นที่รู้จักดี ในหมู่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมปีนหน้าผา ต่อด้วยหาดถ้ำพระนาง หรือ อ่าวถ้ำพระนาง มีชายหาดเป็นที่สวยงาม ที่สำคัญมีวิวภูเขาหินปูน และ หน้าผา ตั้งโดดเด่น อีกทั้งภายในถ้ำพระนางยังมีศาลของเทพธิดาตั้งอยู่ ซึ่งชาวประมงและคนท้องถิ่นได้ให้ความเคารพ โดยมักจะมากราบไหว้ขอพรก่อนออกเรือไปทะเลเพื่อทำการประมงแล้วจะโชคดี และสมปรารถนา  หากผู้ใดที่มาบนบานกราบไหว้พระนางและเมื่อสมหวังในสิ่งที่ตนปรารถนา จะมีการแก้บนด้วยการนำปลัดขิดมาถวาย

สำหรับที่สุดท้ายของการสำรวจพื้นที่ เป็นการเดินทางทางบก จุดมุ่งหมายอยู่ที่ “อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี” ธารโบกขรณี ได้รับการกล่าวขานว่า “เป็นป่าใหญ่ใจกลางชุมชน” มีธารน้ำไหลลอดถ้ำ เรียกว่า ถ้ำน้ำลอด  ที่นี่สวยและงดงามด้วยการซ้อนทับของชั้นหินน้อยใหญ่อีกทั้งสีของธารโบกขรณียังสวยใสดุจมรกต สภาพแวดล้อมป่าไม้เขียวชะอุ่ม ซึ่งเป็นความงามทางธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์ควรค่าแก่การสงวนรักษาไว้

จากการลงพื้นที่ศึกษาวิถีชีวิตและศิลปวัฒนธรรมของศิลปินในครั้งนี้  ศิลปินที่ผ่านการคัดเลือกจะสามารถซึมซับวิถีชีวิตและศิลปวัฒนธรรมอันเป็นอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่   จะสะท้อนและสร้างสรรค์ผลงานศิลปะออกมาในรูปแบบไหน ภายใต้แนวความคิด (เขตแดนแห่งความมหัศจรรย์) (Edge of the Wonderland) เร็วๆนี้คงได้พบกันกับ Thailand Biennale, Krabi 2018  และสามารถรับชมการออกอากาศเทปนี้ได้ในรายการ “graet stars art show”คืนของวันอาทิตย์ ที่ 15 เมษายน 2561 นี้ ทางช่องไบทร์ทีวีดิจิตอล ช่อง20 เวลา 01:20-02:20 น.ดำเนินรายการโดย โยทะกา จุลโลบล

หากท่านไหนพลาดสามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง ยูทูป