เราจะมาพูดถึงศิลปินผู้ยิ่งใหญ่และงานจิตรกรรมอันทรงคุณค่าภาพวาด “ทานตะวัน” หรือ “Sunflowers” ของวินเซนต์ แวน โก๊ะ จิตรกรผู้มีชื่อเสียงโด่งดังตลอดกาล

วินเซนต์ แวน โก๊ะ (Vincent van Gogh)

ย้อนความไปถึงแรกเริ่ม แวน โก๊ะ กำเนิดในเมืองซึนเดิร์ธ ประเทศเนเธอร์แลนด์ในปี 1853 (พ.ศ.2396) ในครอบครัวฐานะปานกลาง ก่อนจะยึดอาชีพศิลปินอย่างเต็มตัว แวน โก๊ะ เคยทำงานในห้องภาพและเคยเป็นนักเทศน์มาก่อน แต่เนื่องจากเป็นคนพูดไม่เก่งและอารมณ์แปรปรวนง่ายจึงประกอบอาชีพไม่ราบรื่นนัก แต่กระนั้นแล้ว ถึงจะเปลี่ยนอาชีพมาเป็นศิลปิน แวน โก๊ะ ก็ไม่ประสบความสำเร็จแม้แต่น้อย เขามีชีวิตที่แร้นแค้นมาโดยตลอด กล่าวกันว่าตลอดชีวิตของแวน โก๊ะ เขาขายงานออกเพียงชิ้นเดียวคือภาพ The Red Wineyard ในราคาประมาณ 350 ฟรังก์ (ปัจจุบันภาพนี้อยู่ที่พิพิธภัณฑ์มุชชิน เมืองมอสโกว ประเทศรัสเซีย)

ภาพสีน้ำมันที่แวน โก๊ะ วาดตนเองเมื่อปี 1889

แต่อย่างน้อยก็แวน โก๊ะยังพออยู่ได้ด้วยการสนับสนุนจากเตโอโดรัส แวน โก๊ะ หรือ ‘เตโอ’  น้องชายของเขาซึ่งประกอบอาชีพนักค้างานศิลปะ เตโอรักพี่ชายของเขาและให้ทุนทรัพย์แก่แวน โก๊ะให้เขามีอุปกรณ์ศิลปะ อาหาร และที่อยู่อาศัยเพียงพอ ตลอดชีวิตของแวน โก๊ะ เขาได้สร้างผลงานศิลปะมากกว่า 2,100 ชิ้น ในจำนวนนี้เป็นภาพวาดสีน้ำมัน 860 ชิ้น ส่วนที่เหลือเป็นภาพสีน้ำ ภาพสเก็ตช์ และภาพพิมพ์ โดยเกือบทั้งหมดถูกวาดขึ้นในช่วง 2 ปีสุดท้ายของชีวิตของเขา

ในปี 1890 (พ.ศ.2433) ด้วยความเครียดและอาการทางจิต แวน โก๊ะ ได้ยิงตัวเองบริเวณบ้านพักในเมืองโอแวร์ซูวร์รวซ ประเทศฝรั่งเศส ก่อนเสียชีวิตด้วยพิษบาดแผลของตนในอีกสองวันต่อมา สิริรวมอายุ 37 ปี

“Wheat Field with Crows” ภาพสุดท้ายในชีวิตที่แวน โก๊ะวาด

แม้ว่าตลอดชีวิตของแวน โก๊ะ จะเต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่แวน โก๊ะเป็นศิลปินสายอิมเพรสชันนิสต์ผู้ทรงอิทธิพลอย่างยิ่งต่อศิลปะในยุคต่อมา หรือที่เรียกว่า ศิลปะสมัยใหม่ (Modern Art) ขณะที่ก่อนหน้านี้ ภาพจิตรกรรมที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นงานศิลปะที่แท้จริงจะต้องเป็นภาพที่สมจริง ถ่ายทอดสรีระของมนุษย์หรือวาดวัตถุต้นแบบได้อย่างละเอียดลออ แต่ผลงานของแวน โก๊ะกลับไม่ได้สนใจความสมจริงมากนัก ใช้สีฉูดฉาด ทั้งยังมีรอยแปรงหยาบทั่วทั้งภาพ แต่กลับถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกอันรุนแรงจากการผ่านประสบการณ์ความเจ็บปวดทั้งชีวิตของเขาได้อย่างลึกซึ้ง

“The Starry Night” ผลงานเลื่องชื่อของแวน โก๊ะ

เมื่อเวลาผ่านไป นิยามของคำว่าศิลปะและรสนิยมของผู้เสพศิลปะกว้างขวางขึ้น ผลงานของแวน โก๊ะที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์จึงได้รับความนิยมอย่างยิ่ง ประกอบกับชีวประวัติอันน่าสนใจของเขา ทำให้ทุกวันนี้ ผลงานของแวน โก๊ะ นั้นมีค่ามากเสียจนประเมินไม่ได้

ชุดภาพเขียน “ทานตะวัน”

ทานตะวัน (Sunflowers) คือชื่อของชุดภาพสีน้ำมันสองชุดที่แวน โก๊ะวาดขึ้น ชุดแรกถูกวาดในปี 1886-1888 ที่ปารีส เป็นดอกทานตะวันที่วางบนพื้น ส่วนอีกชุดหนึ่งคือชุดที่ปรากฏในมูฟวี่ของโคนันภาคนี้นี่เอง เป็นภาพช่อดอกทานตะวันที่มีตั้งแต่ดอกตูม บาน และเหี่ยวเฉาเสียบรวมกันในแจกัน ภาพชุดนี้ถูกวาดในปี 1888-1889 ที่เมืองอาร์ล ประเทศฝรั่งเศส ภาพทานตะวันเมืองอาร์ลเป็นส่วนหนึ่งของชุดภาพ ‘ของตกแต่งของบ้านสีเหลือง’ (Décoration for the Yellow House) โดยบ้านสีเหลืองที่ว่านี้คือบ้านที่แวน โก๊ะ เช่าอาศัยในเมืองอาร์ลซึ่งทาสีเหลืองทั่วทั้งหลัง

บ้านสีเหลือง ที่แวน โก๊ะเช่าอาศัยในเมืองอาร์ล ตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส

ทานตะวันเมืองอาร์ล ประกอบด้วยภาพจำนวน 7 ภาพ โดย 4 ภาพเป็นภาพต้นฉบับที่วาดในปี 1888 (พ.ศ.2441) ส่วนอีก 3 ภาพเป็นภาพที่แวน โก๊ะ วาดเลียนผลงานชุดแรกในปีต่อมา

แวน โก๊ะ วาดภาพทานตะวันโดยตั้งใจว่าจะใช้ตกแต่งห้องของปอล โกแกง เพื่อนศิลปินสายอิมเพรสชันนิสต์คนสนิทที่จะมาพักอาศัยกับเขา โดยหวังจะสื่อให้โกแกงเห็นความงดงามในความเรียบง่ายของช่อดอกทานตะวันธรรมดาๆ และโกแกงก็เห็นว่าภาพชุดนี้เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดของแวน โก๊ะ

The Painter of Sunflowers – ภาพที่โกแกงวาดแวน โก๊ะ ขณะวาดภาพทานตะวันเมื่อปี 1888

 

รู้จักกับภาพทานตะวันแต่ละภาพแบบละเอียดๆ ดังนี้

F.453 เป็นภาพทานตะวันภาพแรกของชุดนี้ ขนาด 73.5*60 ซม. ปัจจุบันถูกเก็บเป็นของสะสมส่วนบุคคล

F.459 “ทานตะวันแห่งอาชิยะ” ภาพลำดับที่สอง ขนาด 98*69 ซม. ครั้งหนึ่งถูกซื้อโดยโคยาตะ ยามาโมโตะ มหาเศรษฐีแห่งเขตอาชิยะ จังหวัดเฮียวโกะ ประเทศญี่ปุ่นเมื่อพ.ศ.2463 โดยหวังว่าจะอุทิศแก่พิพิธภัณฑ์โอตสึกะ แต่ต่อมาก็เสียหายและสูญหายไปพร้อมกับผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าอีกมากมายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อกองทัพสหรัฐได้บุกโจมตีทางอากาศเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2478

ตั้งแต่ปี 2557 พิพิธภัณฑ์โอตสึกะได้พยายามสร้างทานตะวันแห่งอาชิยะขึ้นมาใหม่ให้เหมือนต้นฉบับที่สุด ตั้งแต่พื้นผิวผ้าใบ ไม้ขึงกระดาษ เม็ดสี ความแวววาว โดยเทียบกับภาพในหนังสือภาพของพิพิธภัณฑ์มุซาโคจิ ซาเนะอัตสึเป็นต้นแบบ ครั้งแรกปรากฏว่าพื้นหลังสีน้ำเงินซีดเกินไป ครั้งที่สองปรากฏว่าผิวงานเงาและขรุขระเกินไป ปัจจุบันทางผู้รับผิดชอบอยู่ระหว่างความพยายามครั้งที่สาม

F.456 ทานตะวันลำดับที่สาม ขนาด 91*72 ซม. ปัจจุบันถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Neue Pinakothek เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

F.454 ทานตะวันลำดับที่สี่ ขนาด 92.1*73 ซม. ปัจจุบันถูกจัดแสดงที่ National Gallery กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

F.457 ทานตะวันลำดับที่ห้า ขนาด 100*76 ซม. เป็นภาพเลียนของลำดับที่สี่ ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะซัมโป เจแปน ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 42 อาคารซัมโป เจแปน ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทซัมโป เจแปน ประกันภัย อยู่ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อปีพ.ศ. 2430 ทานตะวันลำดับที่ห้า ก็ถูกสงสัยว่าเป็นของปลอมฝีมือของเอมิล ชัฟเฟนเนกเกอร์ (พ.ศ. 2394-2473) ศิลปินสายอิมเพรสชันนิสต์อีกคนหนึ่งหรือไม่ ไม่ใช่แค่เพราะเขาเป็นนักเก็บสะสมคนแรกๆ ที่ตามเก็บงานของแวน โก๊ะ แต่เขายังเคยศึกษาและวาดเลียนแบบผลงานของศิลปินคนอื่นๆ เหมือนทุกกระเบียดนิ้วอีกด้วย ทั้งยังกล่าวกันว่าเอมิลน่าจะเคยพยายามวาดเลียนแบบภาพทานตะวันแล้ว แต่ไม่มีใครทราบว่าเขาวาดจนเสร็จสมบูรณ์หรือไม่ และผลงานนั้นถูกเผยแพร่ไปที่ใดรึเปล่า ประกอบกับลำดับที่ห้าถูกวาดบนผืนผ้าใบปอกระเจาซึ่งไม่ใช่วัสดุที่แวน โก๊ะใช้เป็นประจำ

จนกระทั่งปีพ.ศ.2546 ผู้เชี่ยวชาญจากพิพิธภัณฑ์แวน โก๊ะ จากกรุงอัมสเตอร์ดัมก็ได้มาพิสูจน์และรับรองแล้วว่าลำดับที่ห้าเป็นผลงานของแวน โก๊ะ ของแท้

F.458 ทานตะวันลำดับที่หก ขนาด 95*73 ซม. เป็นภาพเลียนของลำดับที่สี่ ปัจจุบันเป็นทรัพย์สินของมูลนิธิแวน โก๊ะ ซึ่งให้ยืมโดยถาวรแก่พิพิธภัณฑ์แวน โก๊ะ กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

F.455 ทานตะวันลำดับที่เจ็ด ขนาด 92*72.5 ซม. เป็นภาพวาดเลียนของลำดับที่สาม ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลวาเนีย สหรัฐอเมริกา